|
|
ทำไม...ภาคอีสานต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ คณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น
|
โครงการสัมมนา
ทำไม...ภาคอีสานต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
๑. ความเป็นมา
โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ถูกกำหนดขึ้นจากแผนการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศโดยใช้ความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวชี้วัด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฝผ.) และกระทรวงพลังงาน ได้ร่วมมือกันสร้างจินตนาการให้คนในสังคมเชื่อว่าประเทศไทยนั้นต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อพัฒนาประเทศและความมั่นคงของชาติ และต้องตัดสินใจว่าประเทศไทยต้องมีหรือไม่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเหมาะสม ๔ แห่ง ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครสวรรค์ จ.ขอนแก่น และ จ.ตราด ซึ่งจากผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาโครงการก็มีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินโครงการดังกล่าว
แต่อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบรุนแรง ทั้งยังเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจึงต้องลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่ที่เป้าหมาย มิเช่นนั้นแล้วหากไม่มีการต่อต้านคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่หรือกระแสสังคมที่เห็นด้วยแล้ว เรื่องพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในทุกพื้นที่มีความเหมาะสมทั้งหมดก็จะมีภาพลักษณ์ที่ดีเพียงด้านเดียว โดยเฉพาะกระแสเศรษฐกิจของโลกในตอนนี้ที่เริ่มฟื้นตัวอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ประเทศที่ส่งออกอุตสาหกรรมนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ต่างเตรียมลู่ทางในการทำธุรกิจและมีแนวโน้มว่าประเทศกำลังพัฒนาหลายๆ ประเทศเริ่มสนใจพลังงานจากนิวเคลียร์ ยิ่งประธานาธิบดี บารัค โอบามา ออกมาพูดชัดเจนว่าพลังงานนิวเคลียร์ปลอดภัยและสะอาด ยิ่งส่งผลให้ภาพของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ดูดีขึ้นมาทันที
ในตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานโดยเฉพาะ อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น และรอยต่อพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ จ.เลย จ.ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกเลือกว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เพราะลักษณะภูมินิเวศน์ที่มีภูเขาล้อมรอบ ใต้พื้นดินเป็นหินปูน มีประชากรอาศัยอยู่น้อย อยู่ใกล้เขตป่าสงวนและใกล้แหล่งน้ำอย่างเขื่อนจุฬาภรณ์และเขื่อนอุบลรัตน์ และยังเป็นฐานคะแนนเสียงของนักการเมืองในพื้นที่ผู้ผลักดันโครงการฯ องค์ประกอบดังกล่าวจึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงการฯแน่นอนว่าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคต แต่สิ่งที่เป็นแรงผลักดันที่สำคัญของโครงการฯ คืองบประมาณสำหรับศึกษาและงบประมาณเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยใช้งบประมาณขั้นต่ำอยู่ที่ระดับพันล้านบาทขึ้นไป
ดังนั้นในฐานะประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ไม่จำกัดเฉพาะคนในจังหวัดขอนแก่นเท่านั้น คนอีสานและคนในสังคมไทย ต้องตั้งคำถามให้ชัดว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ตามคำกล่าวอ้างของนักการเมืองและผู้กำหนดนโยบาย ทั้งๆ ที่ประสบการณ์ในอดีตของหลายพื้นที่ในโลกใบนี้ได้บอกชัดแล้วว่าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์คือความทุกข์ของประชาชน
๒. วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้การศึกษาและติดตามสถานการณ์พลังงานและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
๒. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่ที่มีเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงาน นิวเคลียร์
๓. เพื่อวางแผนการติดตามสถานการณ์และวางจังหวะก้าวในการรณรงค์ด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ต่อสังคม
๓. เป้าหมาย
- เพื่อสร้างเครือข่ายติดตามสถานการณ์พลังงานและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
๔. วัน/เวลา/สถานที่
๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๕. ผลคาดว่าที่จะได้รับ
- ผู้เข้าร่วมประชุมนำข้อมูลไปขยายผลต่อไป
๖. กลุ่มเป้าหมาย
- กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ๑๐ คน
- กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำลำพะเนียง ๕ คน
- คณะกรรมการชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้า จ.อุดรธานี ๕ คน
- เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์ต้นน้ำเซิญ ๕๐ คน
- เครือข่ายชาวบ้านโรงไฟฟ้าพลังงานแกลบ จ.อุบลราชธานี ๑๐ คน
- เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก อีสาน ๑๐ คน
- กลุ่มผู้บริโภคขอนแก่น ๕ คน
- นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้สนใจทั่วไป ๒๐ คน
รวมทั้งสิ้น ๑๒๕ คน
๗. องค์กรร่วมจัด
๑. ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ (ศสส.) อีสาน
๒. กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
๓. กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต
๔. เครือข่ายพลังงานเพื่อนิเวศวิทยาแม่น้ำโขง (MeeNet)
๕. โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม (ENLAW)
๖. เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA)
๗. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์ต้นน้ำเซิญ
๘. ศูนย์กฎหมายเพื่อสังคม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๙. ชมรมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา (ชนพ.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๑๐. กลุ่มศิษย์เก่าชมรมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา (ชนพ.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๑๑. กลุ่มอาศรมบ่มเพาะความคิดและจิตวิญญาณ
๘. ประมาณการค่าใช้จ่าย
๑. ค่าเดินผู้เข้าร่วมประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท
๒. ค่าประสานงาน ๒,๐๐๐ บาท
๓. ค่าอาหาร/กาแฟ (๑๒๕ คน x ๔๐บาท/มื้อ ) ๕,๐๐๐ บาท
๔. ค่าเอกสารประกอบการประชุม ๓,๐๐๐ บาท
รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๓๐,๐๐๐ บาท
๙. กำหนดการ
การสัมมนา ทำไม...ภาคอีสานต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ๑๖.๐๐ น.
ณ ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๐๙.๐๐ น. - ๐๙.๓๐ น. ลงทะเบียน
๐๙.๓๐ น - ๑๐.๐๐ น. ชี้แจงวัตถุประสงค์/กล่าวเปิดงาน
๑๐.๐๐ น. - ๑๒.๐๐ น. สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย/แลกเปลี่ยนซักถาม
โดย วิทูรย์ เพิ่มพงษ์ศาเจริญ
เครือข่ายพลังงานทางเลือกเพื่อนิเวศวิทยาแม่น้ำโขง(MeeNet)
๑๒.๐๐ น. - ๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหาร
๑๓.๐๐ น. - ๑๕.๐๐ น. ปัญหาและผลกระทบจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์/แลกเปลี่ยนซักถาม
โดยกลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต
๑๕.๐๐ น .- ๑๖.๐๐ น. อภิปรายทั่วไปและแนวทางการรณรงค์
๑๖.๐๐ น. เดินทางกลับ
--------------------------------------------------------
|
|
|
|
ที่มา : เสียงคนอีสาน
(114.128.194.133)
[2010-03-09 10:45:42]
|
|
|
|
|