พลันที่ศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจบการอ่านคำตัดสินที่ยืดยาวกว่า ๖ ชั่วโมง น้ำตาของหญิง-ชายต้องมีอันร่วงพรู เป็นน้ำตาแห่งความสูญเสีย ทุกข์ระทมและเอ็นดูสงสาร
คดียึดทรัพย์ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทของอดีตนายกฯ พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของไทย และสร้างความโศกเศร้าแก่ประชาชนผู้เป็นมิตรรักนักเพลงอย่างสุดซึ้ง น้ำตาของคนเสื้อแดงที่สนามหลวง ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย และที่ต่างจังหวัดหลายจังหวัด หากนำมาเทรวมกันคงได้หลายลิตร และในกระป๋องน้ำตานั้น เป็นน้ำตาของพี่น้องคนอีสานกว่าครึ่ง
วันนี้ผมใส่สูทดำ ผมไว้ทุกข์ให้กับความดื้อของตัวเอง ดื้อที่คุณหญิง ลูกๆ ที่คัดค้านไม่ให้เข้าการเมือง เราเป็นเศรษฐี ใช้ชีวิตอย่างเศรษฐีก็อยู่สบายๆ ... แต่ผมต้องการตอบแทนแผ่นดิน จึงเล่นการเมือง ... พ่อขอโทษนะลูก ที่ดื้อ ...
เสียงของ ผู้ถูกร้อง โอดครวญผ่านทางวิดีโอลิงค์ เท่านั้นเอง ทำนบน้ำตาของพี่น้องเสื้อแดงก็พังถล่มทลาย
นอกจากคำพิพากษาจะเป็นประวัติศาสตร์ด้วยเหตุที่มาแห่งคดีแล้ว คำพิพากษานี้ยังเป็นคำพิพากษาที่ยาวที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ความยาวทำให้เรื่องต่างๆ ที่กล่าวหาและแก้ตัวบรรดามีมาก่อนหน้า หรือตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ นั้น กระจ่างชัดขึ้น คำพิพากษานี้สมควรใช้เป็นต้นแบบที่สังคมไทยไม่ว่าฝ่ายใด ต้องนำมาศึกษา-วิเคราะห์ให้ถี่ถ้วน คงไม่ยากเกินไปที่จะเข้าใจ เพราะศาลได้วิเคราะห์ทุกเปลาะ ทุกประเด็นอย่างชัดแจ้ง สังคมไทยควรใช้คำพิพากษานี้เป็นอุทาหรณ์ ... นี่คือคดีที่คลาสสิกที่สุด
คำพิพากษานี้คงทำให้ทุกฝ่ายหูตาสว่างขึ้นบ้าง หากไม่ดื้อดึงเกินไป คำพิพากษานี้คงพอช่วยตัดสินใจได้ หากเท่านี้ยังไม่พอ ก็ขอให้รอดูคดีอื่นๆ ที่คำพิพากษานี้จะส่งผลถึง
อย่าหยุดนะครับ ไม่อย่างนั้นประเทศเราก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีใครเชื่อมั่น อำมาตย์อยากแกล้งใครก็แกล้ง ความยุติธรรมไม่มี ประชาธิปไตยก็ไม่เกิด เราต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ... อย่าหยุดนะครับ
พี่น้องเสื้อแดง คนอีสาน ปาดน้ำตาให้แห้ง แล้วพินิจพิเคราะห์ ฮินตรอง คำพูดข้างบนนี้ให้ดีเถอะ ว่า ที่ผ่านมา เราต่อสู้เพื่อใคร?! และเพื่ออะไร?!
|
|