เครือข่ายชาวบ้านชุมนุมหน้าทำเนียบค้านประกาศ ก.อุตสาหกรรมเรื่องโครงการส่งผลกระทบรุนแรง
ประชาธรรม - กรุงเทพฯ/25 เครือข่ายชาวบ้านตบเท้าชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลคัดค้านประกาศกระทรวง อุตสาหกรรม เรื่อง โครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2553 ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เครือข่ายชาวบ้านกว่า 200 คน จากหลายเครือข่าย อาทิ โครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานีและมหาสารคาม โครงการเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตรและ จ.แพร่ โครงการโรงไฟฟ้า จ.สระบุรีและฉะเชิงเทรา โครงการโรงถลุงเหล็ก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับผลกระทบหรืออาจได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการของรัฐหรือกิจการ ของเอกชนซึ่งได้รับการอนุญาตจากรัฐ ได้ร่วมตัวกันเพื่อต้องการเรียกร้องและคัดค้านประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง โครงการหรือกิจกรรมเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรง ฉบับที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ 13 ต.ค. 2552 เนื่องด้วยว่า
1.ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับนี้ ออกโดยไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจแก่กระทรวงอุตสาหกรรมในการออกประกาศกระทรวงฯ ฉบับนี้ จึงถือว่า ประกาศกระทรวงฯฉบับนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
2.ประกาศกระทรวงฉบับนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนเหตุผลและเจตนารมณ์ซึ่งจะคุ้ม ครองสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน เพราะการกำหนดประเภทโครงการรุนแรงนี้จะต้องอาศัยความรู้ทางวิชาการและการมี ส่วนร่วมของประชาชน แต่กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้ทำเช่นนั้นกลับออกประกาศกระทรวงฯออกมา ซึ่งทำให้ไม่ครอบคลุมในหลายโครงการ เช่น โครงการเหมืองแร่โปแตซ จ.อุดรธานี โครงการโรงถลุงเหล็กใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ ใน จ.สระบุรี โรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าใน จ.ระยอง และโครงการเหมืองทองคำใน จ.พิจิตร เป็นต้น
การกำหนดให้โครงการใดเป็นโครงการรุนแรงนั้น เป็นการเพิ่มขั้นตอนกระบวนการในการตรวจสอบ วินิจฉัยข้อเท็จจริง ก่อนการอนุมัติอนุญาต เพื่อให้ผู้ประกอบการโครงการต่างๆได้รู้สึกถึงภาระหน้าที่ ความรับผิด ที่มีต่อประชาชนมากขึ้น คือ ถ้าโครงการหนึ่งถูกกำหนดให้เป็นโครงการรุนแรง จะต้องการการทำรายงานผลกระทบทางสุขภาพและต้องได้รับความเห็นจากองค์กรอิสระ ประกอบ เพิ่มเติมขึ้นจากการทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน
พร้อมทั้งคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติฉบับที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็น ชอบ 13 ต.ค. 2552 กล่าวคือ ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นผู้มีอำนาจกำหนด ประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งเห็นว่าขัดกับเจตนารมณ์หลักของมาตรา 67 วรรคสอง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้มีการตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม
โดยมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม คือ
1.ให้รัฐบาลยกเลิกประกาศกระทรวง เรื่อง โครงการหรือกิจการเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ฉบับวันที่ 14 ก.ย. 2552 และไม่นำประกาศกระทรวงฯ ฉบับนี้ไปเป็นข้ออ้างในการอนุมัติ อนุญาตโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ
2.ให้รัฐบาลยุติการเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวด ล้อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. (การกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับ โครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง) เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
3.ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการนำร่างองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ศ. ... ที่ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับจากคณะกรรมการศึกษาและ ยกร่างกฎหมายจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม เข้าสู่การพิจารณาในคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบและดำเนินการให้เป็น กฎหมายภายในสมัยประชุมนิติบัญญัติพระราชบัญญัติโดยเร่งด่วนต่อไป เพื่อจัดตั้งองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองต่อไป
พร้อมทั้งยื่นหนังสือคัดค้านฉบับนี้ต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการหลักสี่ เวลาประมาณ 14.00 น.อีกด้วย.
องค์กรเข้าร่วม
เครือข่ายอนุรักษ์วิถีเกษตรกรรม จังหวัดสระบุรี คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าหนองแซง
กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด
ตัวแทนชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสยามของบริษัท สยามเอนเนอร์จี จำกัด
กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก
กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง
กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก
กลุ่มรักบ้านเกิดอ่าวน้อย
กลุ่มอนุรักษ์กุยบุรี สามร้อยยอด
เครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต.เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก
เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะนครศรีธรรมราช
กลุ่มศึกษาการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี นครศรีธรรมราช
ชุมชนเครือข่ายผู้รักษ์ลุ่มแม่น้ำนครนายก
กลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ 3 จังหวัด พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี
กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำลำพะเนียง
คณะกรรมการผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง จังหวัดอุดรธานี
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี
ที่มา : ประชาธรรม 24 ก.พ. 2553 (112.142.173.221) [2010-02-24 16:24:06]
[
ปิดหน้าต่างนี้
]
ศูนย์ข้อมูล กป.อพช. อีสาน 53/1 ซ.สระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000