รายงานสรุปการตรวจพบพืชจีเอ็มโอปนเปื้อนในพื้นที่เกษตรกรรม : บทวิเคราะห์และข้อเสนอแนะ
จากการสุ่มตรวจสอบการปนเปื้อนทางพันธุกรรม ของพืชจีเอ็มโอโดยห้องปฏิบัติการ ทรานสเจนิคเทคโนโลยีในพืชและไบโอเซ็นเซอร์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2551 - กรกฎาคม 2552 จำนวน 768 ตัวอย่าง จากพืช จำนวน 9 ชนิด คือ ข้าวโพด ข้าว มะละกอ ถั่วเหลือง พริก สับปะรด ฝ้าย มะเขือเทศ และทานตะวัน ครอบคลุมพื้นที่ 40 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 120 อำเภอ ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ โดยเป็นพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ภาคกลาง 10 จังหวัด ภาคตะวันออก 5 จังหวัด ภาคตะวันตก 1 จังหวัด และภาคใต้ 6 จังหวัด พบพืชดัดแปลงพันธุกรรมจำนวน 17 ตัวอย่าง
1.สถานะการปนเปื้อนทางพันธุกรรมในพื้นที่เกษตร
จากการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ พบพืชดัดแปลงพันธุกรรม 5 ชนิด จำนวน 17 ตัวอย่าง ปนเปื้อนในพื้นเกษตร ได้แก่ ฝ้าย ข้าวโพด ถั่วเหลือง มะละกอ และพริก โดยถั่วเหลือง และพริก เป็นพืชชนิดใหม่ 2 ชนิดที่มีหลักฐานชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าเป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่ปนเปื้อน ในพื้นที่เกษตรกรรมของไทย หลังจากมีการพบฝ้าย มะละกอ และข้าวโพด ก่อนหน้านี้
ชนิดพืช
พื้นที่ที่พบ
ข้าวโพด
อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ข้าวโพด
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ข้าวโพด
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ข้าวโพด
อ.เมือง จ.แพร่
ข้าวโพด
อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
ข้าวโพด
อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
ข้าวโพด
อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
ข้าวโพด
อ.บ้านแพรก จ.อยุธยา
ข้าวโพด
อ.ท่าหลวง จ.สระบุรี
มะละกอ
อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์
มะละกอ
อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
มะละกอ
อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
ถั่วเหลือง
อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
ถั่วเหลือง
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ถั่วเหลือง
อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์
พริก
อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ฝ้าย
อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี
2. ผลการวิเคราะห์
ในข้าวโพดสายพันธุ์ที่พบหลุดรอดหรือเป็นพืชดัดแปรพันธุกรรม มีโครงสร้างคล้ายสายพันธุ์ต้านทานแมลงโดยยีน Cry I event หลัก (MON 810) ที่มักพบหมุนเวียนในสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ โดย 1 ในจำนวน 9 พื้นที่ที่พบข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมนั้น เป็นพื้นที่ใกล้บริเวณที่ตั้งของบริษัทมอนซานโต้ โดยเกษตรกรในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลว่าเป็นแปลงที่บริษัทแห่งหนึ่งเช่าเพื่อ ปลูกข้าวโพด
ในกรณีมะละกอนั้น ผลการตรวจพบโครงสร้าง 35S promoter ซึ่งคาดว่าจะเป็นมะละกอดัดแปลงพันธุกรรมที่พบการหลุดลอดออกไปเมื่อปี 2547 และหลงเหลือจากการทำลายตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน สมัยนั้น
ถั่วเหลืองสายพันธุ์ที่พบหลุดรอดหรือเป็นพืชดัดแปรพันธุกรรมมีโครงสร้าง คล้ายสายพันธุ์ต้านทานยาปราบวัชพืชโดยยีน epsps (GST 40-3-2 Roundup Ready soy)
ในฝ้ายสายพันธุ์ที่พบเป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่มีโครงสร้างสัมพันธ์กับ ฝ้ายที่ผลิตโปรตีนพิษเพื่อทำลายหนอนเจาะสมอฝ้าย โดยยีน Cry I (Mon531) ซึ่งคาดว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับที่แพร่ระบาดไปจากแปลงทดลองเมื่อหลายปี ก่อน
ส่วนในพริกสายพันธุ์ที่พบหลุดรอดหรือเป็นพืชดัดแปรพันธุกรรม มีโครงสร้าง 35S promoter
ในจำนวนพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่พบการปนเปื้อนในแปลงเกษตรนั้นสัมพันธ์กับ การอนุญาตให้มีการปลูกทดลองในประเทศไทย ยกเว้นถั่วเหลืองซึ่งไม่พบรายงานการวิจัยในประเทศมาก่อน
จากการประมวลและวิเคราะห์ผล สาเหตุการปนเปื้อนทางพันธุกรรมดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งหรือหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้
1) การหลุดลอด(leak)จากแปลงทดลอง โอกาสการหลุดลอดดังกล่าว เช่น กรณี ฝ้าย และมะละกอ ซึ่งมีหลักฐานการตรวจสอบค่อนข้างชัดเจน ส่วนกรณีข้าวโพด และกรณีพริกก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นพืชซึ่งมีประวัติการวิจัยและปลูกทดสอบในประเทศไทยมาก่อน ทั้งโดยบริษัทเอกชน และหน่วยงานของรัฐ
2) การหลุดลอดจากการนำเข้ามาในรูปผลผลิตเพื่อแปรรูปและอื่นๆ (grain) และต่อมาหลุดลอดออกไปปลูกในพื้นที่เกษตร (seed) กรณีที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ข้าวโพด และถั่วเหลือง
3) เกิดจากความจงใจของบริษัทเมล็ดพันธุ์ หรือบางกลุ่มที่จะได้ประโยชน์ในกรณีที่ประเทศเปิดโอกาสให้มีการปลูกพืชจี เอ็มโอ พืชที่น่าสงสัยว่าจะหลุดลอดออกไปคือ ถั่วเหลือง และข้าวโพด
4) เกิดจากการลักลอบนำเข้ามาปลูกเพื่อผลประโยชน์เฉพาะตน จำเป็นต้องมีกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ และสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปที่แท้จริงว่าสาเหตุของการปนเปื้อนทาง พันธุกรรมว่าเกิดขึ้นจากเหตุใด
3.ผลกระทบ
การพบการปนเปื้อนทางพันธุกรรมโดยเฉพาะในกรณีพืชอาหาร เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง มะละกอ และพริก นั้นจะทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆดังต่อไปนี้
1) ผลกระทบต่อการส่งออก พืชอาหารทั้ง 4 ชนิด คือข้าวโพด ถั่วเหลือง มะละกอ และพริก
เป็นพืชอาหารที่อยู่ในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารเป็นจำนวนมาก การปนเปื้อนของพืชอาหารใน 4 ชนิด ในพื้นที่เกษตรของประเทศจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารของไทยไปใน ตลาดการส่งออกของประเทศไทยในยุโรป ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี และอีกหลายประเทศซึ่งผู้บริโภคมีทัศนคติในแง่ลบต่อจีเอ็มโอ และรัฐบาลมีมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับจีเอ็มโอ เช่น มาตรการติดฉลาก การตรวจสอบย้อนกลับ เป็นต้น
2) ผลกระทบต่อเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหาร
พืชจีเอ็มโอที่พบปนเปื้อนในพื้นที่เกษตรกรรมล้วนแล้วแต่ถูกคุ้มครองโดย กฎหมายสิทธิบัตร การปล่อยให้ยีนของพืชดัดแปลงพันธุกรรมปนเปื้อนในพืชเกษตรของไทย จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยเกษตรกรอาจถูกฟ้องร้องว่าละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท หรือผลผลิตทางการเกษตรอาจถูกยึดหรือถูกจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งในประเทศผู้ นำเข้าหากพบว่ามีการละเมิดสิทธิผู้ถือสิทธิบัตรพืชจีเอ็มโอดังกล่าว นอกเหนือจากนี้การพบการปนเปื้อนทางพันธุกรรมอาจส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าที่ เกษตรกรขายได้มีราคาลดต่ำลง หากผู้รับซื้อและผู้บริโภคไม่ต้องการผลผลิตดังกล่าว
3) การติดฉลากและสิทธิผู้บริโภค
ผลิตภัณฑ์จีเอ็มโอที่เป็นอาหารทั้ง 4 ประเภทจะเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อาหารภายของประเทศ โดยหากเป็นข้าวโพด ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ที่มีข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นองค์ประกอบผู้ประกอบ การจะต้องติดฉลากตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข(ฉบับที่ 251) พ.ศ.2545 ส่วนกรณีมะละกอและพริกรวมนั้นยังไม่มีรายชื่ออยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบ การจะต้องติดฉลาก การแพร่กระจายเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่อาหารของพืชดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคใน ประเทศถูกละเมิดสิทธิ์
4) การเตรียมความพร้อมในการวางมาตรการรองรับการเปิดเสรีอาฟต้า
รัฐบาลไทยโดยกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการในการตรวจผลผลิตทาง การเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของพืชจีเอ็มโอเข้ามา ยังในประเทศ การพบพืชดัดแปลงพันธุกรรมหลายชนิดในประเทศ จะทำให้การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวมีความยุ่งยากมากขึ้น
5) เป็นข้ออ้างสำหรับบรรษัทข้ามชาติและผู้สนับสนุนพืชจีเอ็มโอในการผลักดันให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอเชิงพาณิชย์
ประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอด้วยเหตุผลเรื่องผลกระทบต่อ การค้า ความมั่นคงทางอาหาร และความไม่มั่นใจในผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การปนเปื้อนของพืชดัดแปลงพันธุกรรมอาจถูกนำมาเป็นข้ออ้างให้รัฐบาลและ ประชาชนไทยยอมรับการปลูกพืชดังกล่าว
4. ข้อเสนอแนะ
1) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบ ติดตามการปนเปื้อนของพืชดัดแปลงพันธุกรรมในพื้นที่การเกษตรและเสนอแนะให้มี การจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วและให้มีผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุดภาย ใน 2 เดือน คณะกรรมการควรประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข องค์กรสาธารณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม นักวิชาการอิสระ สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย
2) กระทรวงพาณิชย์ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการนำเข้าธัญพืชเช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง เพื่อนำเข้ามาเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่างๆเท่านั้น โดยต้องไม่ยินยอมให้มีการลักลอบนำไปบรรจุถุงจำหน่ายปลีกให้กับผู้บริโภค
3) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามและคุมการกระทำผิดที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ควรศึกษา สอบสวน ไปจนถึงดำเนินคดีกับบริษัทหรือกลุ่มบุคคลที่จงใจปลดปล่อยพืชจีเอ็มโอเพื่อ ให้มีการปนเปื้อน ทั้งนี้โดยพิจารณาจากหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
4) ทบทวนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพของเทคโนโลยีชีวภาพสมัย ใหม่ พ.ศ. ... ที่เสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้สามารถป้องกัน ป้องปรามและจัดการมิให้เกิดการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอในระบบเกษตรและระบบ อาหารของประเทศ เช่น การเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ที่กระทำความผิด การชดเชยความเสียหายแก่เกษตรกรและผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อน ทางพันธุกรรม เป็นต้น
5) เกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ ผู้ประกอบการเกี่ยวกับผลิตผลการเกษตร องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในภูมิภาคควรร่วมกันตรวจสอบ ติดตาม กำกับ เป็นหูเป็นตาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของพืชดัดแปลงพันธุกรรม เช่น ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา และองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการปนเปื้อน หรือ การประกาศเขตปลอดพืชดัดแปลงพันธุกรรมในระดับตำบล อำเภอ หรือจังหวัด เป็นต้น
5. บทสรุป
แม้ว่าจากการตรวจสอบและติดตามการปนเปื้อนทางพันธุกรรมจะพบจำนวนชนิดของ พืชดัดแปลงพันธุกรรมเพิ่มขึ้นในพื้นที่เกษตร แต่หากรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินอย่างจริงจังเพื่อขจัดการปน เปื้อนดังกล่าว โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรต่างๆ ทั้งภาคธุรกิจ องค์กรสาธารณประโยชน์ และองค์กรประชาชนในท้องถิ่น เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถจัดการกับปัญหาการปนเปื้อนทางพันธุกรรมดังกล่าว ได้
การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพการปนเปื้อนทางพันธุกรรมของพืช จีเอ็มโอในประเทศ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องกระทำ ภายใต้มาตรฐานเช่นเดียวกันกับการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของ HIV หรือ การระบาดของไข้หวัดนก ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้พืชดัดแปลงพันธุกรรมแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง มากกว่าที่เป็นอยู่ ปลุกกระตุ้นให้หน่วยงานของรัฐทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และสาธารณชนได้มีส่วนร่วมกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้บริโภค ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม.
รายละเอียดเพิ่มเติม
: จดหมายถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของพืชดัดแปลงพันธุกรรมในพื้นที่เกษตร
เอกสารประกอบ
Size
จดหมายถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของพืชดัดแปลงพันธุกรรมในพื้นที่เกษตร
94.84 KB
คัดจาก เว็บไซต์มูลนิธิชีววิถี
http://www.biothai.net/
ที่มา : ฝ่ายข้อมูล มูลนิธิชีววิถี (112.142.100.6) [2010-02-28 13:05:55]
[
ปิดหน้าต่างนี้
]
ศูนย์ข้อมูล กป.อพช. อีสาน 53/1 ซ.สระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000