เติบใหญ่ในโรง (โลง) เรียน

เสียงระฆังดังเหง่งบรรเลงแว่ว

เหล่านกกาเข้าแถวอยู่ข้างหน้า

มันหยอกเหย้าจิกตีมิเลิกรา

ดั่งนกกาแย่งซากลำบากกิน

เพลงกระหึ่มซึมซับรับเอาไว้

ความหมายเป็นเช่นไรข้าไม่สน

มีแต่อยากม่วนชื่นรื่นกมล

ใยฝึกคนยืนแถวกันแนวยาว

ทั้งครูมีมีครูผู้สั่งสอน

ถือไม้เรียวแก่วงค้อนจึงขลาดเขลา

"อย่านะมึงอย่าเว้าภาษาลาว"

ครูปรับเอาหนึ่งสลึงพึงเข้าใจ

กฎระเบียบเรียบง่ายมิใช่หรือ

กฎบังคับนั้นหรือสิ่งล้ำสมัย

ถูกทับถมจมดินสิ้นทางไท

กลืนลูกเต้าชาวไร่ลูกชาวนา

ยังลูกเจ๊กลูกจีนในตลาด

ลูกชาวนาดั่งทาสหมดคุณค่า

ขายอะไรขายไปไม่เป็นราคา

ทั้งขายข้าวขายปลาก็ดุจกัน

ชีวิตในโรงนาสู่โรงเรียน

ได้อ่านเขียนเพียรจำเพื่อห้ำหั่น

แข่งและขันมั่นใจตัวใครมัน

นี่คือสุดจุดสำคัญเข่นฆ่าคน

โรงสีโรงเหล้าโรงเจ้าฟ้า

เสร็จทุกโลงไร้ค่าพาปี้ป่น

ไร้พากเพียรทรหดเกินอดทน

ถูกวังวนครอบไว้ไร้วิญญาณฯ

___________________________________

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน "เทวศาสตร์ไทอีสานเพื่อการปลดปล่อย" หนังสือประกอบงานมหกรรมประชาชนอีสาน 3-6 เมษายน 2552

ที่มา : บ.บุญปัญญา (114.128.194.133) [2010-03-09 09:25:32]

[ ปิดหน้าต่างนี้ ]
 
ศูนย์ข้อมูล กป.อพช. อีสาน 53/1 ซ.สระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000