ทฤษฏี "สองเปิด"
แนวคิด ทฤษฎีสองเปิดโดย บำรุง บุญปัญญา เก็บความมาจากเวทีติดตามสถานการณ์ข้อมูล วิกฤติพลังงาน และความมั่นคงทางด้านอาหาร จัดโดย เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ภาคอีสาน ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ณ สำนักงานชลประทารที่ ๖ ขอนแก่น
บำรุง บุญปัญญา :ทฤษฏีสองเปิด
เรื่องที่สำคัญที่สุดคือว่ามันมีคนพวกหนึ่ง ที่เราเรียกว่าบริษัทข้ามชาติ บริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัทผูกขาด มันกด มันบีบคอเรามาตลอด เรารู้ละว่ามันกดแน่ วิธีพูดจะพูดว่าเกษตรพันธะสัญญา เกษตรแบบไหน แต่มึงกดคอกูแน่ อันนี้ชัด ทีนี้กูคือใคร กูก็คือเกษตรกรรายย่อย เกษตรกรที่ทำมาหากินมาชั่วนาตาปี ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่จนถึงปัจจุบัน เรามีสมัชชาเกษตรกรรายย่อยก่อนมีสมัชชาต่าง ๆ ในปัจจุบัน ตอนนั้นเราประกาศว่า ผู้ผลิตรายย่อยต่าง ๆ ต้อง สู้กับบริษัทซีพี ที่จะทำ พรบ.สภาการเกษตรแห่งชาติ
ตอนนี้จะกลับมาใหม่ เกษตรกรรายย่อยกับเกษตรรายใหญ่ เมื่อก่อนทำตัวลักษณะเลี้ยงไข้ แต่ตอนนี้ มันจะเอาเข้าระบบปิด คงคล้าย ๆ ไก่ซีพีที่เอาไว้ในกรง เขาจึงเสนอทฤษฎีสองสูง คือราคาสินค้าสูง และก็หยอดนิดว่าเกษตรกรจะต้องได้ราคาผลผลิตสูง แล้วพวกข้าราชการ แรงงานทั้งหลายจะได้เงินเดือนขึ้น ข้าแรงก็จะสูง คือการสร้างสวรรค์ให้คนฝันหา แต่ที่หลายคนสะท้อนคือ สัญชาติเสือยังไงก็ยังกินเนื้ออยู่วันยังค่ำ สันดานเป็นอย่างนั้น
ข้อมูลที่เราได้ต้องชัดเจน ว่าใครคือศัตรู ใครเป็นคนทำลาย ที่ต้องชี้ให้ชัด สองสูง คือสองบีบ บีบให้เกษตรกรตกต่ำ เพื่อเอาเข้าโรงงาน ตอนปี ๒๕๔๐ มันพังเรื่องต้มยำกุ้ง วิกฤติต้มยำกุ้ง คนในโรงงานส่วนหนึ่งกลับมาบ้าน แต่ยังมีหลังอิง แต่คราวนี้ถ้าเกิดวิกฤตคราวนี้จะเข้ามาที่นาก็ไม่ได้ ไปโรงงานก็โดนบีบคอ นี่คือสองบีบ นี่คิดว่าน่าจะได้ข้อวิเคราะห์ที่ชัดเจนแล้ว
ทีนี้ในความเข้าใจของผม กระแสการเคลื่อนตอนนี้จะเอาแต่ชาวนาไม่ได้ ผู้ที่เป็นคนชนชั้นกลาง ผู้บริโภคที่ต้องซื้อข้าวกิน กระแสการดิ้นรนที่จะข้ามพ้นวังวนชนิดนี้มีเสนอมาแล้ว ๒ แบบ
แบบหนึ่ง...เสนอว่าการผลิตชนิดที่ใส่ปุ๋ยใส่ยาใส่อะไรเยอะแยะเลย มันพังฉิบหายหมด เพราะสุขภาพมันแย่ มนุษย์ผู้เสพอาหารเป็นพิษโดยเนื้อมือของตัวเอง ต่อไปนี้เสนอว่าทุกอย่างน่าจะปลอดสารเคมี สารพิษ กระแสตัวนี้ผมว่ามันไปแล้ว เมื่อ๑๐ปีก่อนยังไม่ค่อยขึ้น คนที่ช่วยเราได้มากที่สุดคือคนชั้นกลาง สรุปแล้วคือทำลายมนุษย์ เราต้องทะลวงต่อไป
แบบสอง....กระแสว่า การผลิตทั้งหลายทั้งปวง ไม่เฉพาะเกษตรแม้กระทั่ง โรงงานก็เป็นการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นการผลิตที่เกื้อกูลต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ดินน้ำป่าอุดมสมบูรณ์ ผมคิดว่าเป็นกระแสที่ได้รับการตอบรับจากสังคม พูดง่าย ๆ ว่า เรามีตั้งสองประแสที่แบคอัพเราอยู่ แต่เราจะใช้ประโยชน์มันไหม ถ้าใช้ประโยชน์ การเคลื่อนไหวนี้ไม่เฉพาะชาวนา แต่เป็นการเคลื่อนไหวของคนทุกส่วนที่จะบอกว่าจินตนาการของซีพีที่ว่า สองสูง ที่จริงแล้ว มันคือ สองบีบ
เราต้องเสนอทฤษฏี ๒ เปิด คือ
หนึ่ง เปิดการผลิตแบบเดิม ที่ไปแบบนี้คือ ยุคของอุตสาหกรรม การผลิตแบบอุตสาหกรรม การผลิตแบบนี้น่าจะสิ้นสุดแล้ว ในความหมายที่ว่ามันทำลายสิ่งแวดล้อม นี่คือการต่อสู้ที่ยาวมาก เป็นการต่อสู้กันทางความคิด คือการเปิดโลกทัศน์ นั่นเอง อุดมการณ์ในการต่อสู้ยาว มีความจำเป็นมาก
สอง เปิดความสัมพันธ์ที่ข้ามเฉพาะกลุ่มชาวนา กลุ่มกรรมกรคือความสัมพันธ์ที่ข้ามระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค ให้ตระหนักรู้ร่วมกันว่าผลกระทบ จากพวกนี้และทฤษฎีสองสูงนี้ มันเป็นการปิดล้อมพวกเรา
ส่วนเรื่องที่พวกเราทำมาเสมอคือ การต่อรองทางการเมือง อันนี้เราทำเสมอ และคิดว่าต้องทำกันต่อไป แต่ว่าแนวที่จะลึก กว้าง ต้องมีเวทีที่จะคิดให้เลยข้ามที่จะผลิตแบบอุตสาหกรรม
ประสบการณ์ของประเทศตะวันตกทุกประเทศ คือมุ่งที่ทำลายรายย่อย ประเทศใต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น มุ่งทำลายรายย่อย ในที่สุดก็พบว่า การเกษตรขนาดใหญ่ ฟาร์มขนาดใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งตอนหลังก็มันก็เป็นขี้ข้าของมอนเซนโต (พวกมารเส้นโต) มันก็เกิดกระแส ที่ว่าต้องฟื้นรายย่อยขึ้นมา เช่นที่เกาหลี ที่ต่อต้านเอฟทีเอ นั้นคือรายย่อยที่ไม่กลัวตำรวจ ก็แสดงว่าประเทศที่พัฒนาอุตสาหกรรมไปมาก ๆในที่สุด ก็ต้องกลับมาที่รายย่อย เพราะรายย่อยเป็นชุมชน เป็นท้องถิ่น รักษาทรัพยากร สรุปแล้วต้องกลับมาแบบที่เราคิดนี่แหละ เราต้องคิดรูปแบบที่เหมาะสมกับรายย่อย เหมาะสมกับชุมชน ในต่างประเทศ เช่น คิวบา เป็นสังคมนิยมที่ต่อสู้กับอเมริกาอย่างหนักที่สุดมาตลอด คิวบาก็สามารถผลิตอ้อยได้เป็นที่หนึ่งของโลก ส่งออกน้ำตาลเป็นที่หนึ่งของโลก แต่ในที่สุดคิวบาก็พัง หลังจากพังก็คิดค้นว่าจะไปอย่างไร เพราะทุกตารางนิ้วปลูกอ้อยหมด ก็พบว่ามีชนกลุ่มน้อย ที่เป็นเกษตรกรรายย่อยอยู่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็น ถือว่ากำลังคนพวกนี้เป็นพลังพื้นฐานในการฟื้นคิวบามาใหม่ อีกครั้ง เป็นอุทาหรณ์ว่าหลายประเทศที่ก้าวล้ำไปเยอะ เป็นเสือตัวที่ ๔ เราจะเป็นเสือตัวที่ ๕ ซึ่ง ณ ตอนนี้เป็นไม่ได้แล้ว
กระแสโลกหวนกลับว่า ในที่สุดแล้วต้องมาคิดออกแบบการเคลื่อนไหวจากคนข้างล่าง ในประเทศไทยผมว่ามี ไม่น้อยกว่าประเทศอื่นที่มีการคิดค้น รวบรวมชูขึ้นเพื่อต่อสู้กับมอนเซนโต หรือซีพี ผมคิดว่า เมื่อกระแสโลกผันไปทั่ว การคิดค้นทางออก ทางเลือกเกษตรกร ไม่ใช่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง ความหวังที่เรายืนอยู่ เป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว เราทบทวนบ่อย ๆ เราจะสามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง
ที่มา : บำรุง บุญปัญญา (222.123.203.209) [2008-06-13 14:02:01]
[
ปิดหน้าต่างนี้
]
ศูนย์ข้อมูล กป.อพช. อีสาน 53/1 ซ.สระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000