เส้นทางเดินที่ขรุขระของห้วยเสนง

บางตอนจากเวทีเสวนา “อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต เส้นเลือดใหญ่ของชาวสุรินทร์” โดย เอียด ดีพูน นักพัฒนาอาวุโสจังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2552 ในงาน“ร่วมฟื้นฟูสตึงแสน็ง เส้นเลือดใหญ่ของชาวสุรินทร์” ณ ลานเอนกประสงค์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ (อบจ.)


วันนี้จะมาตามหาจำเลยที่ทำลายทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับลุ่มน้ำห้วยเสนง จังหวัดสุรินทร์ เส้นทางเดินของลำน้ำห้วยเสนงที่เข้าใจกันนั้นมาจากทางไหน ผ่านอะไรมาบ้าง อย่างบริเวณต้นสายน้ำ เขตพื้นที่อ.กาบเชิง และอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มีการปลูกยางพารา อ้อย บนที่สูง ทำให้สารเคมีทางการเกษตรแถบต้นน้ำนั้นสูงมาก

ถ้านับเส้นทางเดินของน้ำ ทางตรงก็ประมาณ 70 กม. แล้วที่วกวนอีกเท่าไร ผ่านอะไรมาบ้าง พื้นที่ต้นน้ำก็ถูกรุกราน สารเคมี โรงงานอุตสาหกรรม แล้วมาแถบกลางน้ำ บริเวณใกล้เคียงกันก็มีการทำการเกษตร ปลูกผักกะเฉดน้ำ ผักแว่น ผักกาด คะน้า ต้นหอม ผักชี ฯลฯ แถบอ่างเก็บน้ำอำปึล เขตพื้นที่ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

อย่างไรก็ตาม อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงเป้าหมายที่แท้จริงคือ เก็บน้ำเพื่อการเกษตร แต่ว่ากรมชลประทานเก็บน้ำแล้วทำคลองส่งน้ำ แต่ไม่มีการปล่อยมาให้การเกษตร ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการเก็บน้ำเพื่อการเกษตรหรือเปล่า หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง เอาน้ำไปทำอย่างอื่น และถ้าเราไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งบิดเบือน

นอกจากนี้ ตัวเมืองก็ขวางทางน้ำ แล้วใส่ท่อแค่ไม่กี่อันไว้ให้น้ำผ่าน ทั้งที่พื้นที่เมืองเป็นแอ่งรับน้ำมาก่อน ดังนั้นเวลาฝนตกน้ำก็จะท่วมเมืองได้ง่าย “ฟ้าร้องนิดเดียวน้ำก็ท่วมแล้ว” ทำให้น้ำจะเดินไปทางไหนก็ตัน

และพอไปถึงตอนปลายของลำน้ำ ห้วยเสนงแห่งนี้ก็รับน้ำจากเขตเมือง ทั้งน้ำเสียจากโรงพยาบาล ร้านอาหาร ชุมชน ปลายน้ำทางต.คอโค และต.ท่าสว่าง อ.เมือง ก็เกิดปัญหาน้ำเสียจากเส้นทางที่ผ่านมา “เส้นทางเดินของน้ำมันขรุขระ” เพราะเจอสิ่งโสโครกหลายขั้นตอน

แล้วก็ต้องมาเรียกร้องการบำบัดน้ำเสียเองโดยชุมชน โดยเกษตรกร ทั้งที่ประชาชนก็ไม่ได้ใช้น้ำอย่างเต็มที่ แท้ที่จริงแล้วเป็นภารกิจเป็นของใคร ซึ่งน่าจะเรียกร้องสิทธิจากคนที่ใช้น้ำ ขายน้ำ ซึ่งคือใคร น่าจะอาเงินที่ได้จากตรงนี้ไปแก้

สรุปแล้ว ลุ่มน้ำห้วยเสนงมีเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ และมีเป้าหมายเฉพาะเพื่อการเกษตรไม่ใช่เพื่อการประปาหรืออุตสาหกรรม และคนในเมืองต้องตระหนักร่วมในการใช้น้ำ แต่คนในเมืองก็ยังใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย รวมทั้งเรื่องขยะจากเมืองด้วย และก็ทำให้เกิดผลกระทบกับคนชนบท เป็นการ“รังแกคนชนบท” คนเมืองจึงต้องสำนึกไว้ให้มาก ไม่เพียงการใช้น้ำ แต่ยังรวมถึงการใช้ทรัพยากรอื่นๆด้วย



ที่มา : เอียด ดีพูน (222.123.218.99) [2009-08-20 18:20:22]

[ ปิดหน้าต่างนี้ ]
 
ศูนย์ข้อมูล กป.อพช. อีสาน 53/1 ซ.สระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000