เฮ็ดให้สุดขุดให้ถึง
จะให้ปวดอะไรก็ได้ แต่ขออย่าให้ปวดฟันก็เป็นพอ
คำพูดของคนปวดฟันประโยคนี้เมื่อก่อนฟังแล้วรู้สึกเฉยๆ แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ฉันต้องน้อมรับด้วยน้ำตานองหน้า
ขณะที่แก้มโย้ๆ ของฉันกำลังเต้นตุบๆ เหมือนมีคนเอาค้อนตะบันทุบ ฉันตระหนักได้ว่า แม้ความปวดใจที่เคยประสบก็ไม่ทรมานเท่ากับปวดฟันในครั้งนี้
อันที่จริง ฉันมีปัญหาเรื่องฟันมาตั้งแต่ยังเล็ก แทบจะพูดได้ว่าเริ่มปวดฟันแทบจะพร้อมๆ กับที่ฟันขึ้นก็ว่าได้ ฉันเดินเข้า-ออกร้านหมอฟันเป็นว่าเล่น ฉันต้องอดขนมเพื่อออมเงินไว้ให้หมอฟัน เพราะค่ารักษาแต่ละครั้งไม่ใช่น้อยๆ เลย
ฉันล้วงนิ้วเข้าไปโยกฟันในปากทีละซี่ พบว่าฟันที่มีฐานะง่อนแง่นอยู่ถึง ๑๗ ซี่ ที่ยังพอจะเรียกได้ว่าแข็งแรงนั้นมีเพียงฟันเขี้ยวทั้งสี่และฟันกรามซี่ที่อยู่ถัดจากฟันเขี้ยวเท่านั้น
อาการปวดฟันล่าสุดของฉันเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมถึงต้นพฤษภาคม ฉันมีทางเลือกอยู่สองทาง คือ ยืนหยัดที่จะรักษาแบบธรรมชาติบำบัด หรือไปหาแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่า หมอจะต้องให้ทานยาแก้ปวด (พาราเซตามอล) หรือไม่ก็ฉีดยาแก้ปวด หรือไม่ก็ถอนฟันที่ปวดทิ้ง ซึ่งแน่นอนอีกเช่นกันว่า ความเจ็บปวดจะหายเป็นปลิดทิ้งในบัดดล
ในฐานะคนที่เชื่อมั่นในแนวทางธรรมชาติบำบัด ฉันต้องเลือกอย่างแรกโดยไม่ต้องกังขา แต่เมื่อมีเสียงตุบๆ ที่แก้ม ความปวดซ่านจี๊ดขึ้นสมอง ภายในใจของฉันต้องต่อสู้กันอุตลุต มันเป็นการต่อสู้ด้านจิตสำนึก
การปวดฟันครั้งนี้เป็นการปวดถึง ๒ ซี่พร้อมกัน ฟันล่างด้านซ้ายมือ คือ ฟันกรามซี่ที่ ๒ และซี่ที่ ๔ นับจากซี่ข้างในสุด (ฟันกรามทั้งหมดมี ๕ ซี่ รวมฟันบนและล่างซ้ายและขวา ๒๐ ซี่ ) จึงทำให้ปวดถึงประสาทซีกซ้าย
ก่อนที่ฉันจะปวดฟันมันมีสัญญาณเตือน คือ ที่เหงือกฟันกรามซี่ที่ ๔ มีหนอง ๑ จุด และฟันกรามซี่ที่ ๒ และที่เหงือกเป็นแผล เรียกได้ว่าเศษอาหารก้อนเท่าหัวไม้ขีดสามารถเข้าไปขดตัวอยู่ได้อย่างสบาย
ความปวดมาเยือนในช่วงบ่าย ขณะจะเดินทางไปประชุม ฉันเอาเกลือยัดฟันกรามซี่ที่ ๔ แทนที่วัสดุที่หมออุดแต่หลุดไปนานแล้ว เมื่อเกลือละลายซึมถึงเส้นประสาท ความปวดก็ทุเลาลง แต่เมื่อถึงที่ประชุมฉันก็เริ่มรู้สึกปวดอีกครั้ง
พี่เอ ที่รอเข้าประชุมได้ฟังคำปรารภของฉันได้ช่วยกดจุดตรงท้ายทอยให้ และน่าอัศจรรย์ใจที่อาการปวดหายไปในทันที แต่เพียงชั่วครู่ก็กลับมาใหม่ พี่เอ ก็ออกแรงกดจนตัวแกเต็มไปด้วยเหงื่อ อาการปวดก็ทุเลาลง สักพักก็ปวดอีก จนฉันต้องขอเกลือจากเจ้าของบ้านมาอม วันนั้นฉันต้องประชุมไปทั้งๆ ที่ปากยังอมเกลือ และอาการไม่กระเตื้องขึ้นเลย
กลับถึงบ้าน อาการปวดยังดำรงอยู่ ฉันเอนกายลงบนเปลไม้ไผ่ ความเจ็บปวดทำให้ความคิดสับสน ความคิดของฉันพล่านไปทั่ว ท่ามกลางความพลุ่งพล่าน ฉันนึกถึงคำสอนของ หลวงปู่ชา แห่งวัดหนองป่าพงที่ฉันเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ท่านว่า เฮ็ดอิหยังให้เฮ็ดให้สุด ขุดให้ถึง
ฉันปิดเปลือกตา มองเข้าไปข้างใน และเอาความรู้สึกไปจับความเจ็บปวดของตนเอง ฉันรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ไล่จากฟันไปตามเส้นประสาทที่ศีรษะ ฉันเฝ้ามองจากความรู้สึกของตัวเองอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งความรู้สึกปวดค่อยๆ หายไป
แต่แล้ว อาการปวดฟันก็กลับมาอีกครั้ง ฉันปวดฟันมาแล้ว ๓ วัน ฉันกินผลไม้โดยเอามาปั่นเพื่อจะได้ไม่ต้องเคี้ยว และช่วยไม่ให้ระบบย่อยต้องทำงานหนัก แต่ฉันยังต้องทำงานอยู่เหมือนเดิม เพราะต้องเร่งส่งรายงานวิจัยผลกระทบจากการสร้างเขื่อนราษีไศล ต้องปิดต้นฉบับ สารแม่มูน และยังต้องไปโรงพิมพ์เพราะนัด กล้วย เพื่อตรวจต้นฉบับหนังสือของ ปุ๋ย ให้ทันงานครบรอบ ๑ ปีการจากไปของ ปุ๋ย และ ลำน้ำ
ระหว่างทางไปโรงพิมพ์ พี่นนท์ บรรณาธิการสารแม่มูน เห็นอาการฉันไม่ดี เลยแวะร้านขายยา เพื่อซื้อ เอ็ม ๑๖ คนขายยาแนะนำให้กินยาแก้อักเสบและยาแก้ปวด แต่คนซื้อไม่เอา เพราะรู้ว่าคนปวดฟันไม่ยอมทานแน่นอน ขอเป็น เอ็ม ๑๖ เท่านั้น
เจอเอ็ม ๑๖ ไม่รอดหรอก เคยใช้มาแล้ว ได้ผลชะงัดนัก เป็นยาทา ไม่ใช่ยากิน ไม่ผิดกติกาธรรมชาติบำบัดหรอก คนไปซื้อยาร่ายสรรพคุณของ เอ็ม ๑๖ พร้อมหว่านล้อม แล้ววางยาตรงหน้าฉัน
เอ็ม ๑๖ เป็นยาน้ำสมุนไพร ต้องใช้สำลีชุบน้ำยา แล้วอุดตรงซี่ฟันที่ปวด ฉันหยิบยาขึ้นดูด้วยอาการมือสั่นเล็กน้อย ความปวดทำให้ฉันตัดสินใจใช้สำลีที่แถมมาพร้อมกับยา ชุบน้ำยาและอุดฟันซี่ที่ปวด ขณะเดียวกันก็เอาความรู้สึกจับตรงฟันที่ปวดไปพร้อมกัน แต่... ความปวดไม่ได้ทุเลาเลย เพียงมึนชาตรงฟันที่ปวดเท่านั้น... เอ็ม ๑๖ ท่าจะด้านเสียแล้ว
เรื่องของการปวดฟัน คุณสายัณห์ เล็กอุทัย ได้เขียนไว้ในหนังสือ คารวะบรรพบุรุษ เล่ม ๖ ว่า ... การปวดฟันและฟันผุสะท้อนให้เห็นปัญหาโดยตรงของการทำงานของระบบอวัยวะภายใน เพราะฟันแต่ละซี่เชื่อมโยงถึงอวัยวะภายในทั้งหมด เหมือนความสัมพันธ์ของระบบเครื่องยนต์ หัวเทียน วาล์ว และลูกสูบ ที่จุดระเบิดพลังงานจากอาหารแทนน้ำมันที่จะเป็นตัวควบคุมสัดส่วนของน้ำย่อยและฮอร์โมน เลี้ยงบำรุงส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย ...
หาก (ปวด) ฟันขบสำหรับหั่นพืชผัก ๔ ซี่ล่างหรือบน แสดงว่าการทำงานของปอดและหัวใจมีปัญหา อาจเปรียบเหมือนหัวเทียนบอด หากฟันเขี้ยวซ้าย-ขวาข้างละซี่ที่ทำหน้าที่กัดฉีกมีปลายแหลมคม ปวดหรือผุกร่อน แสดงว่าระบบย่อยอาหารส่วนบน กระเพาะและตับอ่อน ถุงน้ำดีกับม้านมีปัญหา หรือทรุดและมีสภาวะเป็นกรดสูง ส่งผลให้การทำงานของการย่อยในส่วนนี้ได้รับผลกระทบด้วย หากฟันกรามข้างละ ๕ ซี่ ๒ ข้าง ๑๐ ซี่บน-ล่าง ๒๐ ซี่มีอาการปวดซี่ใดหรือผุกร่อนแสดงว่า ระบบลำไส้ตอนบน รวมทั้งไตและกระเพาะปัสสาวะมีปัญหา ...
เมื่อฟันกราม ๒ ซี่คู่หน้าของแถวฟันกรามทั้ง ๕ มีอาการปวดหรือผุกร่อนแสดงว่า ระบบลำไส้ตอนบน ลำไส้เล็ก ไต มีปัญหา หากเป็น ๓ ซี่ตอนในสุดของฟันกรามมีอาการปวดหรือผุกร่อนแสดงว่าระบบลำไส้ใหญ่ตอนล่างมีปัญหา ไม่สามารถผลิตน้ำย่อยและไม่ได้รับข้อมูลผ่านระบบประสาทได้ครบถ้วน จึงปวดเพื่อเตือนภัย ...
เป็นการอธิบายความเชื่อมโยงของร่างกายอย่างเป็นองค์รวมที่สมบูรณ์ที่สุด ดังนั้น การเยียวยาความเจ็บป่วยของร่างกายจะไม่รักษาแบบแยกชิ้นส่วนของร่างกายออกจากกัน หรือรักษาเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ต้องรักษาทั้งระบบ การปวดฟันเป็นเพียงปลายเหตุ หากจะแก้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ
วันที่ ๔-๕ ของการปวดฟัน ฉันต้องเดินทางไปงานครบรอบ ๑ ปีการจากไปของ ปุ๋ย ซึ่งจัดขึ้น ณ วัดใต้ อำเภอราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ตรงกับวันที่ ๒-๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ฉันกังวลกับการปวดฟันอย่างยิ่ง ด้วยเกรงว่าเมื่อไปแล้วจะช่วยงานไม่ได้ เพราะหน้าที่ของฉันล้วนแล้วแต่ต้องใช้ปากทั้งสิ้น คือ ต้องเป็นพิธีกรของงาน แถมด้วยเป็นผู้ดำเนินรายการเมื่อมีเสวนา
เมื่อไปถึงงานฉันรีบหาตัวช่วย ฉันขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ธีรพล อันมัย แต่อาจารย์ก็ช่วยไม่ได้เพราะต้องกลับอุบลราชธานี ฉันจึงต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตลอดงาน
แต่น่าอัศจรรย์ใจ ระหว่าง ๒ วันในงาน ปุ๋ย ฉันไม่ปวดฟันเลย ฉันจึงตัดสินใจทานอาหารที่มีอยู่ในงานเพื่อความไม่ยุ่งยากโดยทานข้าวมื้อเที่ยงและมื้อเย็น ที่มีเมนูเป็นส้มตำรสแซ่บนัวด้วยผงชูรสแล้ว ส่วนมื้อเช้ายังทานผลไม้เป็นมะม่วงกะล่อนที่เก็บจากต้นในบริเวณวัด
หลังเสร็จงาน ฉันมาถึงบ้านได้ ๑ วัน ช่วงบ่ายของวันที่ ๔ พฤษภาคม ฉันขับรถไปส่ง หลา สมภาร คืนดี ที่สี่แยกหงษ์ทองเพื่อขึ้นรถสองแถวกลับบ้านที่อำเภอตระการพืชผล หลังส่ง หลา ฉันรีบกลับบ้านทันที เพราะเริ่มรู้สึกปวดฟันตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว
ระหว่างทางกลับบ้าน ฉันปวดฟันอย่างรุนแรง จนแทบจะขับไม่ถึงบ้าน เมื่อถึงบ้านฉันรีบเอาเกลือจากในครัวมาอุดฟันซี่กรามที่ ๔ ด้วยความลนลาน ขณะที่อัดเกลือลงในซี่ฟัน นิ้วก็ไปถูกฟันกรามซี่ที่ ๒ ซึ่งอยู่ติดกับฟันกรามซี่ที่ ๔ เนื่องจากฟันกรามซี่ที่ ๓ ถูกถอนไปนานแล้ว ทำให้ฟันที่เหลือเลื่อนเข้าชิดกัน ทันที่ที่นิ้วถูก ความปวดมันจี๊ดซ่านจนต้องชักนิ้วออกจากปาก ฉันรู้แล้วว่าต้นตอของความรู้สึกปวดทั้งหมดทั้งมวลมีที่มาจากฟันกรามซี่ที่ ๒ นี่เอง
มันเป็นฟันซี่กรามที่ฉันอุดด้วยตะกั่วมานานนับเกือบ ๓๐ปี รากฟันมันคงอักเสบอย่างรุนแรง เพราะเหงือกด้านนอกเป็นแผลลึก สามารถใช้สำลีก้อนเล็กยัดลงไปได้
เมื่อตั้งสติได้ ฉันใช้นิ้วเขย่ามันเบาๆ อีกครั้ง แต่มันช่างปวดเหลือเกิน ขนาดอมเกลือจนแสบเหงือกยังเอาไม่อยู่ ฉันคายเกลือทิ้งแล้วใช้สำลีชุบ เอ็ม ๑๖ อุดแทน แต่อาการปวดก็ไม่มีวี่แววว่าจะทุเลาลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ดูเหมือนมันจะยิ่งปวดมากขึ้นๆ ด้วยไม่รู้จะทำอย่างไรดี ฉันจึงทำมันทั้งสองอย่าง สลับกันไป-มา ระหว่างอมเกลือกับอุดด้วยยา ขณะเดียวกัน ฉันก็อดอาหารมื้อเย็น และดื่มเพียงน้ำผลไม้ปั่นเท่านั้น
ในค่ำคืนแห่งความทุกข์ทรมาน ฉันผุดนั่งผุดนอน เพราะไม่สามารถหลับตาลงได้ ฉันยังอมเกลือสลับกับชุบด้วยยา จนน้ำยาหมดขวด ก็ใช้เกลืออย่างเดียว กระทั่งประมาณตีสี่ ฉันก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย และรู้สึกตื่นขึ้นมาอีกครั้งประมาณหกโมงเช้า แต่... ความปวดยังคงอยู่
ฉันลุกจากที่นอนไปแปรงฟันด้วยยาสีฟันสมุนไพร แต่ความปวดยังไม่ไปไหน ขณะในใจก็คิดถึงเนื้องานที่เหลือและกำหนดเวลาส่งงาน เหลือเวลาอีกเพียง ๔ วันเท่านั้น ถึงฉันจะหายปวดฟันได้ในวันนี้ ก็ส่งงานได้อย่างฉิวเฉียดเต็มที แต่ฉันไม่มีปัญญาทำให้ฟันหายปวดได้ในวันนี้แน่
ฉันต้องขีดเส้นตายให้กับการปวดฟันเสียแล้ว ถ้ารักษาแบบธรรมชาติบำบัดคงใช้เวลาอีกหลายวัน และงานไม่เสร็จ ถ้าทานยาแก้ปวดและแก้อักเสบ คงหายปวดและส่งงานได้ทัน ... แล้วฉันก็เดินไปหายาพาราเซตามอล ซึ่งคลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเคยเห็นแถวๆ เคาน์เตอร์ แต่เมื่อไปหาเข้าจริงกลับไม่เห็นยาเลยสักเม็ด แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าฉันขว้างมันทิ้งไปหมดแล้วเมื่อแรกได้รู้จักกับธรรมชาติบำบัด ตั้งใจว่าจะไม่กินมันอีก และจะไม่แนะนำให้คนอื่นกินด้วย และคนที่มาพักที่บ้าน ฉันก็จะไม่ให้กินยา
ฉันเอนกายลงบนระเบียงปีกไม้ นอนรับรู้ความปวด มันเป็นการปวดฟันที่ยาวนานที่สุดเท่าที่จำความได้ ไม่มีความปวดใดทุกข์ทรมานเท่านี้ แล้วเพียงครู่เดียวฉันก็ผุดลุกขึ้น เพื่อจะได้ทำงานให้เสร็จทันกำหนด ... ควรไปหายาพาราเซตามอลมากินได้แล้ว เพราะจำเป็นต้องส่งงาน ... ฉันพยายามให้เหตุผลกับตัวเอง ... ฉันมีความชอบธรรมที่จะต้องกินยาพาราฯ ฉันคิดและเดินลงเรือนไปหาพี่สาวที่บ้านอีกหลัง
ขณะพูดคุยกับพี่สาว ฉันพยายามสอดส่ายสายตาหายาพาราฯ ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน แต่ก็ไม่เห็น นั่งพูดคุยกับพี่สาวสักพัก แล้วจึงเดินกลับที่พัก ฉันไม่กล้าเอ่ยปากขอยาจากพี่สาว ก็ฉันเองแหละที่เป็นคนแนะนำให้เขารู้จักธรรมชาติบำบัด และต่อต้านป้องปรามไม่ให้เขาและคนในครอบครัวทานยาแก้ปวด ฉันยืนยันกับเขาอย่างหนักแน่นว่า ธรรมชาติบำบัดรักษาความเจ็บป่วยได้ทุกโรค และเขาได้ประจักษ์แก่ใจแล้วว่ามีคนมาปฏิบัติ ดูแลรักษาตนเองด้วยธรรมชาติบำบัดกับฉันที่บ้าน
ฉันรู้สึกละอายไม่กล้าทำลายความรู้สึกดีๆ ของเขาที่มีต่อธรรมชาติบำบัด ทั้งๆ ที่ใจฉันแทบขาดอยู่แล้วเพราะความปวด
ฉันเดินใจลอยกลับมาเอนกายลงตรงระเบียงที่เดิม สักพัก ฉันก็ผุดลุกขึ้นอีก และตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ฉันรวบรวมกำลังกายกำลังใจเดินไปหาพี่สาวอีกครั้ง แล้วฉันก็เอ่ยปากขอยาพาราฯ
พี่สาวหายเข้าไปในบ้านสักพักก็เดินออกมาบอกว่า... ไม่มี หาไม่เจอ คิดว่าน่าจะเก็บยาทุกอย่างทิ้งไปหมดแล้ว
ฉันเดินจากมาด้วยความโล่งใจ ที่ไม่ได้ยา แล้วฉันก็หาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็นมาประคบที่แก้ม นอนตะแคงขวาบนระเบียงไม้ที่เดิม
ฉันเอื้อมมือไปหยิบมือถือเมื่อเสียงพิณโทรเข้าดังขึ้น เป็นเสียงจากคนที่เคยแนะนำให้เอา เอ็ม
๑๖ ยิงกรอกปากแต่ไม่ได้ผล
ลองเอาเกลือละลายน้ำอุ่น แล้วอมให้ได้สัก ๑๐ นาทีค่อยบ้วนทิ้ง แล้วใช้น้ำอุ่นประคบบริเวณที่ปวดบวม และอย่าบ้วนน้ำเกลือทิ้งเร็วเกินไป บก.สารแม่มูนส่งเสียงตามสาย
ฉันฟังแล้วรู้สึกเฉยๆ เพราะหมดศรัทธาตั้งแต่คำแนะนำให้ใช้ เอ็ม ๑๖ แล้ว ฉันบอกเขาว่า น้ำกงน้ำเกลือฉันลองมาหมดแล้ว มันกลับยิ่งปวดหนักกว่าเก่า
ก็เล่นอุดยาสลับกับอมเกลือแล้วบ้วนทิ้งทุก ๓ นาที ไม่ปล่อยให้ยามันซึมเข้าถึงประสาทฟันมันก็ยิ่งไปกระตุ้นให้ปวดน่ะซี เขาวิจารณ์การรักษาตัวของฉัน พร้อมกับกำชับว่า เชื่อเขาเถอะ เขานี่นักปวดฟันมืออาชีพ
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ทันทีที่วางโทรศัพท์ ฉันกรอกน้ำอุ่นลงในขวดเหล้าเก่าชนิดแบน เพื่อใช้ประคบแก้ม แล้วนำเอาเกลือที่ยังเหลืออยู่เทผสมกับน้ำอุ่น เพื่อใช้อม แล้วฉันก็อมน้ำเกลือ คราวนี้ฉันอมนานยิ่งกว่าที่เขาแนะนำถึง ๑๐ กว่านาที จึงบ้วนทิ้ง แล้วนำน้ำอุ่นในขวดมาประคบที่แก้มซ้าย
ขณะที่กำลังจะเอนกายลงบนระเบียงหน้าบ้านเพื่อรอฟังผล พี่สาวของฉันก็เดินมาพร้อมกระปุกยาพาราฯ
ยังเหลือยาพาราเก่าของหลาน กินสักสองเม็ดนะ
ฉันมองกระปุกยาแล้วบอกให้เขาวางตั้งไว้ที่โต๊ ฉันคิดว่าจะนอนสักพัก หากตื่นขึ้นมายังไม่หายปวด ถึงจะทานยา
ฉันงีบหลับไปเกือบ ๒ ชั่วโมง ก่อนจะงัวเงียแล้วเอาหัวไปโขกเข้ากับเหลี่ยมโต๊ะ อะไรมันจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดขนาดนี้ ฉันเอามือลูบที่หน้าผาก สัมผัสเนื้อที่ปูดนูน พร้อมๆ กับอาการปวดก็ประดังเข้ามา
เอ้า... จะเจ็บจะปวดตรงไหนอีกก็เป็นเสียให้พร้อมๆ กัน มา... มาเลย ในใจฉันท้าทายกับความเจ็บปวด
ฉันเอามือลูบแก้มซ้าย พบว่ามันป่องออก ซึ่งฉันจำได้ว่า ก่อนนอนมันไม่เป็นอย่างนี้แน่ ลุกขึ้นไปส่องกระจก ก็พบว่า นอกจากแก้มซ้ายป่อง หน้าผากปูดแล้ว รอบดวงตาทั้งสองข้างก็ช้ำอีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่กี่วัน ร่างกายของฉันจะเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้ ฉันดูซูบโทรมอย่างเห็นได้ชัด เซลล์ในร่างกายมันคงหมดเรี่ยวแรงเหี่ยวเฉาสลบสวอยไป สังขารมันไม่เที่ยงแท้แน่นอน ...เป็นเช่นนี้เอง
ขณะที่พิจารณาสังขาร ฉันเพิ่งนึกได้ว่า ฉันไม่ปวดฟันแล้ว ใช่... มันหายปวดแล้ว ฉันยิ้มให้กับผู้หญิงแก้มป่องในกระจกด้วยความดีใจและโล่งใจที่ไม่ต้องกินยาพาราเซตามอล
จากการเจ็บป่วยครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ฉันเชื่อมั่นในการรักษาตามแนวทางธรรมชาติบำบัดยิ่งขึ้นแล้ว ฉันยังได้เรียนรู้ว่า ผลจากการที่ฉันปฏิบัติตนเองแบบ เฮ็ดบ่สุด ขุดบ่ถึง ทำให้ฉันเดี๋ยวหายปวดเดี๋ยวปวดสลับไปมา ถ้าเราจะต้องทำอะไรแล้ว ต้องลงมือทำให้ถึงที่สุด อดทนและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนทำ แล้วเราจะได้ผลอย่างที่หวัง
"เฮ็ดให้สุด ขุดให้เถิง คำสอนของ หลวงปู่ชา ฉันเพิ่งกระจ่างและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งก็คราวนี้
ที่มา : สดใส สร่างโศรก (115.67.161.164) [2009-06-25 12:35:18]
[
ปิดหน้าต่างนี้
]
ศูนย์ข้อมูล กป.อพช. อีสาน 53/1 ซ.สระโบราณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000